ไอที บีลีฟ ไทยแลนด์ – ผู้พัฒนาเว็บไซต์และระบบ iBZII สำหรับธุรกิจ SME ที่อยากเติบโตออนไลน์แบบมืออาชีพ
แชทผ่านไลน์ 061 994 9464 สมัครงาน

เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ธุรกิจกับ 5 ข้อมูลทองคำจาก Google Analytics

https://www.ib.co.th/article/1367
เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ธุรกิจกับ 5 ข้อมูลทองคำจาก Google Analytics

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้ใช้เว็บไซต์ด้วย Google Analytics (GA) เครื่องมือทองคำของนักการตลาด! ดึงข้อมูลเชิงลึกมาสร้างกลยุทธ์ธุรกิจที่แม่นยำ เพิ่มยอดขายและประสิทธิภาพเว็บให้เหนือกว่าคู่แข่ง

ทำไมเราต้อง "ส่อง" พฤติกรรมลูกค้า?

สวัสดีค่ะทุกคน! ใครที่ทำธุรกิจออนไลน์หรือมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เชื่อว่าต้องเคยได้ยินคำว่า Google Analytics (GA) กันมาบ้างใช่ไหมคะ?

หลายคนอาจจะมองว่า "โอ๊ย...ก็แค่ตัวเลขกราฟเยอะแยะ ดูยากจัง" หรือไม่ก็ "ติดตั้งไว้เฉยๆ ไม่ค่อยได้เปิดดูหรอก" แต่จะบอกว่านั่นคือการพลาดโอกาสครั้งสำคัญเลยค่ะ!

ในฐานะนักการตลาดที่คลุกคลีอยู่กับตัวเลขพวกนี้มานาน จะบอกว่า GA เนี่ยคือ "กุญแจสำคัญ" ที่จะช่วยให้เรา "อ่านใจ" คนที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเราได้เลยนะ

ลองนึกดูสิคะ เวลาที่เราทำเว็บไซต์สวยๆ หรือพัฒนาฟีเจอร์ดีๆ ขึ้นมา เราอยากรู้ไหมคะว่า...

  1. ใครกันแน่ที่เข้ามาดูเว็บของเรา?
  2. เขาเจอเว็บเราจากไหน?
  3. เข้ามาแล้วเขาทำอะไรบ้าง? กดดูหน้าไหนนานที่สุด?
  4. หน้าไหนที่เขาดูแล้ว "ไปต่อ" และหน้าไหนที่เขา "หนีไป" ทันที?

คำตอบของคำถามเหล่านี้ ไม่ได้เป็นแค่ข้อมูลตัวเลขค่ะ แต่มันคือ "กลยุทธ์ทางธุรกิจ" ที่เราสามารถหยิบไปปรับปรุงเว็บ ปรับแผนการตลาด และเพิ่มยอดขายได้อย่างตรงจุดเลย บทความนี้เลยอยากจะชวนทุกคนมาเจาะลึก 5 ข้อมูลสำคัญจาก Google Analytics ที่คุณไม่ควรมองข้ามค่ะ!

5 ข้อมูลทองคำจาก Google Analytics ที่เปลี่ยนเกมธุรกิจได้ทันที

1. Audience : ลูกค้าเราคือใครกันแน่? (Demographics & Interest)

นี่คือด่านแรกของการทำความเข้าใจลูกค้าค่ะ GA จะบอกเราตั้งแต่...

  • อายุ (Age) และ เพศ (Gender) : ข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้เราเลือกใช้ภาษา รูปแบบดีไซน์ หรือแม้กระทั่งโทนสีในเว็บไซต์ให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายได้เลยค่ะ
  • สถานที่ตั้ง (Location) : ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่จังหวัดไหน ประเทศไหน? ข้อมูลนี้สำคัญมากถ้าเราจะทำโปรโมชั่นเฉพาะพื้นที่ หรือเปิดตลาดใหม่
  • ความสนใจ (Interests) : GA สามารถบอกได้ว่าคนที่เข้าเว็บเรานั้นสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ เช่น ชอบช้อปปิ้ง ชอบเทคโนโลยี หรือชอบท่องเที่ยว ข้อมูลนี้ช่วยให้เราเลือกซื้อโฆษณา (Ads) ในช่องทางที่ใช่ และสร้างคอนเทนต์ที่ "โดนใจ" ได้แบบเต็มๆ

???? กลยุทธ์ที่ได้ : ถ้า GA บอกว่าลูกค้าหลักเป็นผู้หญิงอายุ 25-34 ที่สนใจเรื่องสุขภาพ เราก็ควรปรับภาพรวมของเว็บ (ที่เพื่อนโปรแกรมเมอร์เราทำโค้ดดิ้งมาดีแล้ว) ให้ดูเป็นมิตร สะอาดตา และเน้นคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับสินค้าสุขภาพมากขึ้นค่ะ

2. Acquisition : เขา "มาเจอ" เราได้อย่างไร? (Channels)

คำว่า "Acquisition" แปลง่ายๆ ว่า "การได้มา" ค่ะ ส่วนนี้สำคัญที่สุดสำหรับนักการตลาด เพราะมันจะบอกว่าคนที่เข้ามาในระบบเว็บไซต์ของเรานั้น มาจากช่องทางไหนบ้าง?

  • Organic Search : มาจากการค้นหาใน Google โดยตรง (นี่คือลูกค้าที่เราแทบไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาเลย)
  • Direct : พิมพ์ชื่อเว็บไซต์เราเข้ามาเอง (ลูกค้าประจำ หรือคนที่จดจำแบรนด์เราได้แล้ว)
  • Social : มาจาก Facebook, Instagram, TikTok (ช่วยประเมินผลงาน Social Media Content)
  • Paid Search / Display : มาจากโฆษณาที่เราเสียเงินซื้อ
  • Referral : มาจากเว็บไซต์อื่นที่ลิงก์เข้ามาหาเรา

กลยุทธ์ที่ได้ : ถ้าเราลงทุนทำคอนเทนต์ใน Social Media เยอะ แต่คนเข้าเว็บส่วนใหญ่มาจาก Organic Search...แปลว่าเราอาจจะต้องปรับปรุงคอนเทนต์ Social Media ให้ดึงดูดกว่าเดิม หรือโยกงบไปเน้นทำ SEO ให้แข็งแกร่งขึ้นอีกก็ได้ค่ะ เราจะรู้ทันทีว่าควร "ทุ่มเงิน" ที่ไหนให้ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด

3. Behavior : เข้ามาแล้วทำอะไรบนเว็บเราบ้าง? (Site Content & Flow)

ส่วนนี้จะพาเราไปส่องพฤติกรรมแบบเจาะลึกในแต่ละหน้าค่ะ

  • Pageviews : หน้าไหนที่มีคนดูเยอะที่สุด? หน้านั้นคือจุดแข็งของเรา
  • Exit Rate : หน้าไหนที่คนเข้ามาแล้ว "ปิดเว็บหนีไป" มากที่สุด? หน้านี้แหละที่ต้องรีบกลับไปปรับปรุงด่วน อาจจะต้องดูว่าเนื้อหายังไม่น่าสนใจ รูปโหลดช้า หรือดีไซน์ (ที่เราเป็นคนทำ) ยังไม่ตอบโจทย์
  • Behavior Flow : เส้นทางที่ลูกค้าเดินในเว็บไซต์ เช่น เข้าหน้าแรก $\rightarrow$ ดูหน้าสินค้า A $\rightarrow$ ดูหน้าวิธีการสั่งซื้อ $\rightarrow$ ออกจากเว็บ การเข้าใจเส้นทางนี้ทำให้เราวางปุ่ม Call-to-Action (ปุ่มกระตุ้นการตัดสินใจ) ได้ถูกที่

กลยุทธ์ที่ได้ : สมมติว่าหน้าสินค้า A มีคนดูเยอะ แต่หน้าตะกร้าสินค้ามี Exit Rate สูงมาก...แบบนี้อาจเป็นไปได้ว่า "ขั้นตอนการสั่งซื้อยุ่งยาก" หรือ "ค่าจัดส่งแพงเกินไป" เราก็ต้องไปแก้ที่จุดนั้นทันทีค่ะ

4. Technology & Mobile: เว็บเราเป็นมิตรกับทุกอุปกรณ์ไหม?

ปัจจุบันทุกคนเข้าเว็บจากมือถือเป็นหลัก! GA จะบอกเราว่า...

  • อุปกรณ์ (Device) : คนส่วนใหญ่ดูเว็บจาก Desktop, Mobile หรือ Tablet?
  • เบราว์เซอร์ (Browser) : ใช้ Chrome, Safari หรือ Firefox?

กลยุทธ์ที่ได้ : ถ้า 80% ของผู้เข้าชมมาจากมือถือ แต่เว็บเรายังโหลดช้าบนมือถือ หรือตัวอักษรเล็กอ่านยาก...นั่นคือเรากำลังทิ้งลูกค้า 80% ไปเลยค่ะ! เราต้องกลับไปให้ความสำคัญกับการทำ Mobile-First Design และตรวจสอบความเร็วในการโหลด (Page Speed) ทันที

5. Conversions: เป้าหมายของเราสำเร็จไหม? (Goal Tracking & E-commerce)

Conversion คือ "การบรรลุเป้าหมาย" ที่เราตั้งไว้ค่ะ เป้าหมายไม่ได้มีแค่การซื้อสินค้าเท่านั้นนะคะ แต่รวมถึง...

  • การลงทะเบียนรับข่าวสาร
  • การดาวน์โหลด E-book
  • การกรอกแบบฟอร์มติดต่อ
  • การคลิกปุ่มโทรศัพท์

ถ้าคุณทำธุรกิจ E-commerce GA จะให้ข้อมูลการซื้อขายได้ละเอียดมาก เช่น สินค้าไหนขายดีที่สุด รายได้รวมเท่าไหร่

กลยุทธ์ที่ได้ : การที่เราตั้งค่า Goal Tracking อย่างถูกต้องจะช่วยให้เราเห็น "อัตราความสำเร็จ" ของแคมเปญทั้งหมดได้ชัดเจนที่สุด เช่น แคมเปญที่เราซื้อโฆษณาใน Facebook ทำให้เกิดการลงทะเบียนกี่ครั้ง? คุ้มค่าโฆษณาที่เราลงไปไหม? ทำให้เราบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดาต้าคือพลัง อย่าปล่อยให้ข้อมูลดีๆ เป็นแค่ตัวเลข

Google Analytics ไม่ใช่แค่เครื่องมือวัดผล แต่เป็น "แผนที่สมบัติ" ที่ซ่อนอยู่บนเว็บไซต์ของเราค่ะ

ในฐานะที่เราทุกคนต่างก็เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างดีไซน์ที่สวยงาม (อย่างงานของเรา) หรือการพัฒนาหลังบ้านและระบบจัดการ การนำข้อมูลจาก GA มาใช้ก็เหมือนกับการที่เรากำลังติดอาวุธให้ธุรกิจของเราค่ะ

อย่าปล่อยให้ข้อมูลทองคำเหล่านี้เป็นเพียงตัวเลขที่ฝุ่นจับนะคะ แต่จงหยิบมันขึ้นมาวิเคราะห์ วางแผน และปรับปรุงเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างกลยุทธ์ธุรกิจที่แม่นยำและเอาชนะคู่แข่งในตลาดออนไลน์ได้อย่างยั่งยืนค่ะ!



เนื้อหาบทความ : เปลี่ยนข้อมูลเป็นกลยุทธ์ธุรกิจกับ 5 ข้อมูลทองคำจาก Google Analytics


BLOG UPDATE
เทคนิคสร้างเว็บไซต์ให้เป็นมากกว่าความสวยงาม

เราเชื่อว่าเว็บไซต์ไม่ใช่แค่ความสวย แต่ต้องช่วยสื่อสารแบรนด์ และขับเคลื่อนธุรกิจ
บทความในที่นี่รวมแนวคิด UX/UI เทคนิค SEO วิธีเลือก CMS และกลยุทธ์ดูแลเว็บไซต์แบบมืออาชีพ ทั้งเจ้าของเว็บและนักออกแบบจะได้แนวคิดไปต่อยอดได้ทันที