ไอที บีลีฟ ไทยแลนด์ – ผู้พัฒนาเว็บไซต์และระบบ iBZII สำหรับธุรกิจ SME ที่อยากเติบโตออนไลน์แบบมืออาชีพ
แชทผ่านไลน์ 061 994 9464 สมัครงาน

3 วิธี "ลดขนาดรูปภาพ" ออนไลน์ฟรี สำหรับเว็บดีไซน์ ไม่ต้องลงโปรแกรม

https://www.ib.co.th/article/1369
3 วิธี

มือใหม่หัดทำเว็บดีไซน์ต้องอ่าน! สุโอจะมาแชร์ 3 เว็บไซต์ฟรีที่ช่วยลดขนาดรูปภาพให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องโหลดโปรแกรมให้หนักเครื่องเลยค่ะ!

รูปใหญ่=เว็บช้า = ลูกค้าหนี!

วันนี้ขอมาแชร์ทริคที่โคตรสำคัญสำหรับคนทำเว็บดีไซน์อย่างเราๆ เลยค่ะ! คือเรื่อง "การจัดการรูปภาพ" บนเว็บไซต์นี่แหละ

ทุกคนคงรู้ดีใช่ไหมคะว่า เว็บไซต์ที่โหลดช้าอะ...มันน่าหงุดหงิดขนาดไหน! ยิ่งสมัยนี้คนใช้มือถือเยอะ เว็บเราต้องเร็วปรื๋อ! ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เว็บเต่าก็หนีไม่พ้น "รูปภาพขนาดใหญ่" นี่แหละค่ะ

รูปภาพที่เราได้มาจากลูกค้า หรือจากช่างภาพเนี่ย ส่วนใหญ่มันคมชัดแบบบิ๊กเบิ้มมาก พอเอามาใส่ในระบบไหนก็ตาม ถ้าเราไม่ลดขนาดไฟล์ก่อน...โอ้โห! มันจะไปถ่วงให้หน้าเว็บโหลดเป็นนาทีเลยค่ะ ลูกค้าที่ไหนจะทนรอไหวจริงไหมคะ?

วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 3 เว็บไซต์ฟรี ที่เราใช้บ่อยมากในการลดขนาดรูปภาพ แบบไม่ต้องโหลดโปรแกรมให้เปลืองเครื่อง แถมใช้งานง่ายสุดๆ เหมือนมานั่งคุยเม้าท์มอยกันเลยค่ะ!

วิธีที่ 1 : TinyPNG / TinyJPG – เจ้าพ่อแห่งการบีบอัด!

ใครๆ ก็ต้องรู้จักเว็บนี้ค่ะ! TinyPNG เว็บนี้เป็นเบอร์หนึ่งในดวงใจของเราเลย!

  • ทำไมถึงเลิฟ : เค้าเก่งมากในการบีบอัดไฟล์ PNG และ JPEG ให้มีขนาดเล็กลงมากๆ บางทีลดได้เป็น 70-80% เลยนะ! แถมคุณภาพของภาพก็ยังดูดี ไม่แตก ไม่พร่ามัว จนแทบมองไม่เห็นความแตกต่างกับภาพต้นฉบับเลยค่ะ อันนี้สำคัญมากสำหรับสายกราฟิกอย่างเรา
  • ใช้งานง่ายแค่ไหน
    1. เข้าเว็บไซต์ TinyPNG
    2. ลากและวาง (Drag & Drop) รูปภาพของเราลงไปในพื้นที่ที่กำหนด
    3. รอแป๊บเดียว... เค้าจะประมวลผลให้เรียบร้อยเลยค่ะ!
    4. กด Download ได้เลย! ง่ายมาก!
  • ข้อจำกัด : แบบฟรีจะจำกัดให้บีบอัดได้สูงสุด 20 รูป ต่อครั้ง และแต่ละรูปต้องมีขนาดไม่เกิน 5MB ค่ะ ซึ่งสำหรับงานเว็บเล็กๆ ถือว่าเหลือเฟือเลยนะ
  • ทริค (จากประสบการณ์เรา) : เราใช้ TinyPNG เป็นหลักเลยค่ะ เพราะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจที่สุด และมันเหมือนเป็นมาตรฐานของคนทำเว็บไปแล้ว ถ้าคุณต้องใช้รูปเยอะมากๆ ก็แค่แบ่งอัพโหลดเป็นรอบๆ หรือจะลองไปดูตัวเลือกอื่นๆ ต่อไปก็ได้ค่ะ
วิธีที่ 2 : iLoveIMG – มีครบทุกอย่างในที่เดียว!

ถ้าเราต้องการอะไรที่มากกว่าแค่การบีบอัดไฟล์อย่างเดียว iLoveIMG คือคำตอบค่ะ! เหมือนเป็นมีดพับสวิสสำหรับการจัดการรูปภาพออนไลน์เลยก็ว่าได้

  • ทำไมถึงเลิฟ : เว็บนี้มีเครื่องมือครบวงจรมากค่ะ! นอกจาก บีบอัดรูปภาพ (Compress Image) แล้ว ยังสามารถ:
    1. ปรับขนาดรูปภาพ (Resize Image) : เราสามารถกำหนดขนาดเป็นพิกเซล (Pixels) ได้เลยค่ะ! เหมาะมากเวลาที่เว็บที่เราทำกำหนดขนาดภาพที่ชัดเจน
    2. ครอปรูปภาพ (Crop Image) : ตัดภาพให้ได้สัดส่วนตามที่เราต้องการ
    3. แปลงไฟล์ (Convert) : เช่น เปลี่ยนจาก JPG เป็น PNG หรือ PNG เป็น JPG ก็ทำได้ค่ะ
  • ใช้งานง่ายแค่ไหน
    1. เข้าเว็บไซต์ iLoveIMG แล้วเลือกเครื่องมือที่ต้องการ เช่น "Compress Image"
    2. เลือกรูปภาพ จากคอมพิวเตอร์ของเรา หรือจะลากมาวางก็ได้
    3. ใส่ค่าที่เราต้องการ เช่น ถ้าเลือก Resize ก็ใส่ความกว้าง/ความสูง
    4. กดปุ่ม "ดำเนินการ" แล้วดาวน์โหลดไฟล์ได้เลยค่ะ!
  • ข้อจำกัด : ส่วนใหญ่ใช้งานฟรีได้ไม่จำกัด แต่ถ้าต้องการฟีเจอร์พรีเมียม เช่น การประมวลผลแบบกลุ่มใหญ่มากๆ อาจจะต้องเสียเงินค่ะ แต่สำหรับงานทั่วไปก็ใช้ฟรีได้สบายๆ

ทริค (จากประสบการณ์เรา) : เวลาที่เราต้องปรับขนาดรูปภาพให้เป็นขนาดเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่แค่บีบอัด เราจะมาใช้ iLoveIMG ค่ะ มันแม่นยำและใช้งานง่ายกว่ามากๆ

วิธีที่ 3 : Squoosh – ตัวช่วยจาก Google

เว็บนี้อาจจะไม่คุ้นหูเท่าสองอันแรก แต่บอกเลยว่ามันเจ๋งมาก! Squoosh เป็นเครื่องมือที่พัฒนาโดย Google เองเลยค่ะ

  • ทำไมถึงเลิฟ : จุดเด่นของ Squoosh คือมันเป็นเครื่องมือที่ให้เรา ควบคุมการตั้งค่าการบีบอัดได้ละเอียดสุดๆ และที่สำคัญคือ ประมวลผลบนเครื่องเรา (In-browser) เลย ไม่ต้องอัพโหลดรูปไปที่เซิร์ฟเวอร์ของเค้า ทำให้รู้สึกปลอดภัยเรื่องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และเร็วด้วยค่ะ
  • ใช้งานง่ายแค่ไหน :
    1. เข้าเว็บไซต์ Squoosh
    2. ลากและวาง รูปภาพของเรา
    3. จะมีแถบให้เรา เปรียบเทียบรูปภาพก่อนและหลัง บีบอัดให้เห็นจะๆ!
    4. ทางด้านขวา เราสามารถเลือก รูปแบบการบีบอัด (Compressor) และ คุณภาพ (Quality) ได้ตามใจชอบเลยค่ะ!
    5. พอใจแล้วก็กดปุ่ม Download ที่มุมล่างขวา
  • ข้อจำกัด : อาจจะดูยุ่งยากกว่าสองเว็บแรกนิดนึง เพราะมีตัวเลือกให้ปรับเยอะแยะไปหมด เหมาะกับคนที่อยากได้การบีบอัดที่ เป๊ะ ที่สุด และอาจจะต้องมีความรู้เรื่องไฟล์ฟอร์แมตบ้าง

ทริค (จากประสบการณ์เรา) : เราใช้ Squoosh เวลาที่เราต้องการลองใช้ ไฟล์ฟอร์แมตใหม่ๆ ที่จะมาแทน JPG/PNG เช่น WebP หรือ AVIF ค่ะ เพราะมันรองรับฟอร์แมตใหม่ๆ ได้ดีมาก แถมยังสามารถปรับค่า Lossy/Lossless ได้ตามความต้องการเลย เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เว็บเราล้ำหน้าไปอีกขั้นค่ะ!

เว็บเร็ว = งานดี!

จำไว้นะคะเพื่อนๆ! ในฐานะเว็บดีไซน์เนอร์ หรือคนดูแลเว็บไซต์เนี่ย "ความเร็ว" คือสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยค่ะ การที่เรารู้จักใช้เครื่องมือฟรีพวกนี้เพื่อลดขนาดรูปภาพ จะช่วยให้:

  • เว็บไซต์ของเราโหลดเร็วขึ้น ถูกใจผู้ใช้งาน
  • คะแนน SEO ดีขึ้น เพราะ Google ชอบเว็บเร็ว
  • ลูกค้าแฮปปี้! และแน่นอน... งานเราก็ผ่านฉลุย!

เอา 3 เว็บที่เราแนะนำไปลองใช้ดูนะคะ รับรองว่าจะช่วยให้งานออกแบบเว็บของเราง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ! ถ้ามีคำถามอะไรอีกก็ถามมาได้เลยนะคะ ยินดีช่วยแชร์ทริคอื่นๆ อีกค่า! บ๊ายบายยย!



เนื้อหาบทความ : 3 วิธี "ลดขนาดรูปภาพ" ออนไลน์ฟรี สำหรับเว็บดีไซน์ ไม่ต้องลงโปรแกรม


BLOG UPDATE
เทคนิคสร้างเว็บไซต์ให้เป็นมากกว่าความสวยงาม

เราเชื่อว่าเว็บไซต์ไม่ใช่แค่ความสวย แต่ต้องช่วยสื่อสารแบรนด์ และขับเคลื่อนธุรกิจ
บทความในที่นี่รวมแนวคิด UX/UI เทคนิค SEO วิธีเลือก CMS และกลยุทธ์ดูแลเว็บไซต์แบบมืออาชีพ ทั้งเจ้าของเว็บและนักออกแบบจะได้แนวคิดไปต่อยอดได้ทันที