ไอที บีลีฟ ไทยแลนด์ – ผู้พัฒนาเว็บไซต์และระบบ iBZII สำหรับธุรกิจ SME ที่อยากเติบโตออนไลน์แบบมืออาชีพ
แชทผ่านไลน์ 061 994 9464 สมัครงาน

AI + User Experience (UX) = คืออะไร? ทำเว็บไซต์ที่รู้ว่าคนอยากเห็นอะไร โดยไม่ต้องถาม

https://www.ib.co.th/article/990
AI + User Experience (UX) = คืออะไร? ทำเว็บไซต์ที่รู้ว่าคนอยากเห็นอะไร โดยไม่ต้องถาม

การทำเว็บไซต์ที่สวยงามอาจไม่เพียงพออีกต่อไปในยุคที่ลูกค้าต้องการความพิเศษเฉพาะตัว มาร่วมค้นหาคำตอบว่าทำอย่างไรให้เว็บไซต์ของคุณเป็นมากกว่าแค่หน้าตา แต่สามารถเข้าใจและมอบประสบการณ์ที่ตรงใจให้ลูกค้าได้จริง

รู้ใจลูกค้าด้วย AI และ User Experience (UX) จากความฝันสู่ความจริง

พี่เคยได้ยินคำว่า "AI + User Experience" ไหมคะ ตอนแรกที่ได้ยินก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวมากเลยนะ คิดว่าต้องเป็นบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ เท่านั้นที่ทำได้ แต่พอได้ลองศึกษาจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เลยค่ะ มันคือเครื่องมือที่ทำให้เราเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีขนาดเล็กหรือกลางนี่แหละ ที่จะสู้กับตลาดใหญ่ๆ ได้อย่างสูสีเลย

ลองนึกภาพตามนะคะว่าเราจะทำเว็บไซต์ขึ้นมาสักอันหนึ่ง เราก็ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าลูกค้าเราอยากเห็นอะไร อยากให้ปุ่มนี้อยู่ตรงไหน ขนาดเท่าไหร่ ต้องใช้สีอะไรถึงจะน่ากดใช่ไหมคะ ซึ่งปกติแล้วเราก็ต้องไปทำแบบสอบถามหรือสัมภาษณ์ลูกค้า ถามเขาตรงๆ เลยว่าชอบอะไร แต่ปัญหาคือ บางทีลูกค้าก็ตอบตามที่เขาคิด ณ ตอนนั้น แต่พอใช้งานจริงก็อาจจะรู้สึกไม่เหมือนเดิมก็ได้

แต่พอมี AI เข้ามาช่วยนี่แหละค่ะ มันจะเข้ามาช่วยเราในส่วนนี้เลย ไม่ใช่แค่การรวบรวมข้อมูลอย่างเดียว แต่เป็นการ "วิเคราะห์พฤติกรรม" ของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์เลยนะ จากข้อมูลที่ลูกค้าเคยเข้าชม เคยคลิก หรือแม้กระทั่งเวลาที่ใช้ไปในแต่ละหน้า AI จะนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผล แล้วบอกเราได้เลยว่าส่วนไหนของเว็บไซต์ที่เราควรปรับปรุง หรือส่วนไหนที่ทำได้ดีแล้ว ซึ่งมันละเอียดกว่าการถามลูกค้าตรงๆ เยอะเลยล่ะค่ะ

ในโลกของ User Experience (UX) หรือการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า เรามักจะเน้นที่การทำให้เว็บไซต์ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ซึ่ง AI ก็เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปตรงนี้ได้อย่างน่าทึ่ง จากเดิมที่เราต้องใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพอย่างการสัมภาษณ์หรือการทำ Usability Test AI จะเข้ามาช่วยเสริมด้วยข้อมูลเชิงปริมาณขนาดใหญ่ ทำให้เราเห็นภาพรวมของพฤติกรรมลูกค้าในวงกว้างได้อย่างแม่นยำขึ้นไปอีก

AI และ UX ทำงานร่วมกันอย่างไร?

การทำงานร่วมกันของ AI และ User Experience (UX) ไม่ใช่การเอามาแทนที่กันนะคะ แต่เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อเสริมจุดแข็งของแต่ละฝ่ายให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ลองนึกภาพแบบนี้ค่ะ สมมติว่าเราเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์

  • User Experience (UX) การออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้ดูสวยงาม ใช้งานง่าย จัดหมวดหมู่สินค้าให้เป็นระเบียบ และวางปุ่มสั่งซื้อให้เด่นชัด เพื่อให้ลูกค้าหาของที่ต้องการเจอได้ง่ายที่สุด แม้แต่เนื้อหาคอนเทนต์ที่ส่งให้ลูกค้าดู หรือเสพก็ถือเป็นการวิเคาะห์ความรู้สึกที่ลูกค้าได้รับจากคอนเทนต์ที่เราส่งไป เช่น TikTok Feed, FaceBook Feed, Youtube Short เป็นต้น คอนเทนต์ก็จัดเป็น User Experience เหมือนกัน
  • AI จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ว่าลูกค้าแต่ละคนมีพฤติกรรมในการซื้อของอย่างไร เช่น ลูกค้าคนนี้มักจะชอบเสื้อผ้าสไตล์วินเทจ หรือลูกค้าอีกคนมักจะชอบสีเอิร์ธโทน AI ก็จะสามารถจัดเรียงสินค้าที่แสดงบนหน้าเว็บไซต์ให้ตรงกับความชอบของลูกค้าแต่ละคนได้เลย ทำให้ลูกค้าเห็นแต่สิ่งที่เขามีแนวโน้มจะสนใจจริงๆ ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนดูของที่ไม่ถูกใจ

เราเรียกสิ่งนี้ว่า “Personalization” หรือการนำเสนอเนื้อหาเฉพาะบุคคลค่ะ และนี่แหละคือหัวใจสำคัญของการตลาดในยุคดิจิทัลเลยนะ ลองนึกดูสิคะว่าถ้าเราเข้าเว็บไซต์หนึ่งแล้วเจอแต่ของที่เราชอบเต็มไปหมด มันจะรู้สึกดีแค่ไหน และโอกาสที่เราจะซื้อของก็จะสูงขึ้นไปอีกด้วยใช่ไหมคะ

AI ไม่ได้มีประโยชน์แค่กับการแนะนำสินค้าเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยในเรื่องของการปรับปรุงเว็บไซต์ในมุมอื่นๆ ด้วย เช่น การวิเคราะห์ว่าลูกค้าใช้เวลาอยู่กับหน้าไหนนานที่สุด หรือหน้าไหนที่ลูกค้ากดออกเร็วที่สุด AI ก็จะส่งข้อมูลนี้ให้ User Experience นำไปวิเคราะห์ต่อว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าภาพโหลดช้า หรือข้อมูลในหน้านั้นอ่านยากเกินไป ทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดจริงๆ

 

กรณีศึกษา AI +  User Experience (UX) กับการทำธุรกิจให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

บางคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของบริษัทใหญ่ๆ อย่าง Netflix หรือ Amazon เท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว SME ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เหมือนกันนะคะ มีตัวอย่างที่น่าสนใจหลายกรณีเลยล่ะค่ะ

ตัวอย่างที่ 1: การใช้ AI ในการสร้าง A/B Testing Advertising แบบอัตโนมัติ

ปกติแล้วเวลาที่เราจะทดสอบว่าแบบฟอร์มการสมัครสมาชิกแบบไหนจะเวิร์กกว่ากัน เราก็ต้องทำ A/B Testing ด้วยตัวเองใช่ไหมคะ คือสร้างแบบฟอร์มสองแบบ แล้วดูว่าแบบไหนมีคนสมัครมากกว่ากัน แต่ถ้าเราใช้ AI เข้ามาช่วย AI จะสามารถสร้างแบบฟอร์มได้หลายเวอร์ชันพร้อมกัน และเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองว่าแบบฟอร์มไหนที่ทำผลงานได้ดีที่สุด แล้วก็จะค่อยๆ ปรับปรุงแบบฟอร์มนั้นให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ จนได้แบบฟอร์มที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับกลุ่มเป้าหมายของเราเลยค่ะ

ตัวอย่างที่ 2: การใช้ AI ในการออกแบบ Chatbot ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้จริง

ทุกวันนี้ Chatbot กลายเป็นส่วนสำคัญของเว็บไซต์หลายๆ ที่ไปแล้วใช่ไหมคะ แต่ Chatbot ส่วนใหญ่ก็ทำได้แค่ตอบคำถามเบื้องต้นเท่านั้น แต่ถ้าเราใช้ AI เข้ามาช่วย Chatbot ของเราก็จะสามารถเรียนรู้จากบทสนทนากับลูกค้าได้ และสามารถให้คำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงกับลูกค้าแต่ละคนได้ด้วยนะ เช่น ถ้าลูกค้าถามว่า “รองเท้าเบอร์ 37 ยังมีไหม” Chatbot ที่ใช้ AI ก็จะสามารถไปเช็กสต็อกสินค้าให้ได้ทันที หรือถ้าลูกค้าถามว่า “จะเลือกรองเท้าวิ่งรุ่นไหนดี” Chatbot ก็จะสามารถแนะนำรุ่นที่เหมาะสมกับลูกค้าได้เลย จากข้อมูลที่ลูกค้าเคยให้มา หรือจากประวัติการเข้าชมสินค้าของลูกค้า

ตัวอย่างที่ 3: การใช้ AI เพื่อสร้างเว็บไซต์ที่ปรับเปลี่ยนได้เอง

อันนี้เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำไปอีกขั้นเลยนะคะ นั่นคือการสร้างเว็บไซต์ที่สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาและเนื้อหาได้เองโดยอัตโนมัติ ตามพฤติกรรมของลูกค้างานแต่ละคน ลองนึกภาพดูสิคะว่าถ้าลูกค้าคนนี้เข้ามาครั้งแรก หน้าเว็บไซต์อาจจะแสดงสินค้าขายดีให้ดูก่อน แต่พอเขาเข้ามาครั้งที่สอง AI ก็อาจจะเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ให้แสดงสินค้าที่คล้ายกับที่ลูกค้าเคยดูไปเมื่อครั้งที่แล้วแทน ซึ่งมันทำให้เว็บไซต์ของเราไม่เหมือนเดิมเลยสำหรับลูกค้าแต่ละคน และนี่แหละค่ะคือสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์เฉพาะตัว หรือ Personalized Experience ที่แท้จริง

 

นอกเหนือจาก AI และ  User Experience (UX) หัวใจของธุรกิจที่แท้จริงคืออะไร?

พอพูดถึงเรื่อง AI กับ  User Experience แล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าถ้ามีสองอย่างนี้แล้วก็จะสามารถทำธุรกิจให้สำเร็จได้ทันทีเลยใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่นั้นเลยค่ะ สองอย่างนี้เป็นแค่เครื่องมือที่จะมาช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยังไงก็ขาดไม่ได้เลยก็คือ "ความเข้าใจในธุรกิจของเรา" และ "ความเข้าใจในตัวลูกค้า" ค่ะ

ลองนึกดูนะคะว่าถ้าเรามี AI ที่เก่งที่สุดในโลกมาช่วย แต่เราไม่รู้ว่าสินค้าของเราคืออะไร ไม่รู้ว่าลูกค้าของเราคือใคร และไม่รู้ว่าเราจะขายอะไรให้พวกเขา AI ก็ไม่สามารถช่วยอะไรเราได้เลยนะ เพราะ AI ก็ต้องการข้อมูลและต้องการทิศทางจากเราเหมือนกัน

 

เมื่อ AI และ  User Experience มาบรรจบกัน ก้าวต่อไปที่ต้องเตรียมตัว

การมาถึงของ AI และ  User Experience (UX) ที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัวกำลังจะเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจของเราไปอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ จากเดิมที่เราต้องพยายามคาดเดาความต้องการของลูกค้า เราจะสามารถใช้ข้อมูลที่แม่นยำจาก AI มาประกอบการตัดสินใจได้เลย และจากเดิมที่เราต้องออกแบบเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ เราจะสามารถออกแบบเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละคนได้เลย

แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทายใหม่ๆ ด้วยเหมือนกันนะคะ เราในฐานะเจ้าของธุรกิจก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ และต้องไม่ลืมว่าเทคโนโลยีเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่จะมาช่วยสนับสนุนธุรกิจของเราเท่านั้น หัวใจสำคัญของธุรกิจยังคงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และการมอบสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพที่สุดเสมอ

อยากชวนให้ทุกคนลองคิดดูนะคะว่าถ้าเราลองนำแนวคิดของ "AI + User Experience" ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเราดูบ้าง เราจะสามารถสร้างความแตกต่างอะไรให้กับลูกค้าได้บ้าง? และเราจะสามารถทำให้ธุรกิจของเราเติบโตไปในทิศทางไหนได้บ้าง?



เนื้อหาบทความ : AI + User Experience (UX) = คืออะไร? ทำเว็บไซต์ที่รู้ว่าคนอยากเห็นอะไร โดยไม่ต้องถาม


BLOG UPDATE
เทคนิคสร้างเว็บไซต์ให้เป็นมากกว่าความสวยงาม

เราเชื่อว่าเว็บไซต์ไม่ใช่แค่ความสวย แต่ต้องช่วยสื่อสารแบรนด์ และขับเคลื่อนธุรกิจ
บทความในที่นี่รวมแนวคิด UX/UI เทคนิค SEO วิธีเลือก CMS และกลยุทธ์ดูแลเว็บไซต์แบบมืออาชีพ ทั้งเจ้าของเว็บและนักออกแบบจะได้แนวคิดไปต่อยอดได้ทันที